แม้ผลไม้จะอุดมไปด้วยกากใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่
และสารแอนตี้อ็อกซิเดนท์ ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
แต่ความชุ่มฉ่ำของ ผลไม้หวาน มักจะมีความหวานจากน้ำตาลธรรมชาติ
ผลไม้บางชนิดจึงไม่ควรกินในช่วง ลดน้ำหนัก

ผลไม้หวาน ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง มักให้น้ำตาลสูงตาม
ความชุ่มฉ่ำของผลไม้ อาจทำให้คุณติดกับในรสหวานละมุน
หากแต่ความหวานของผลไม้บางชนิด
กลับเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้หากไม่ระวัง
โดยเฉพาะหากกำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก
ควรเลือกผลไม้สดที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เช่น ตระกูลเบอร์รี่
ทั้งสตรอวเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่
ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์มากกว่าเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ นอกจากนี้
ผลไม้รสเปรี้ยวมักให้น้ำตาลในปริมาณที่น้อยกว่าผลไม้รสหวาน
ขณะที่ผลไม้ตระกูลแตง เช่น แตงโม และแคนตาลูป
ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนกลัวอ้วนได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม
ความหวานของผลไม้จะมีแนวโน้มสูงมากขึ้นอีก
เมื่อถูกนำไปแปรรูปหรือทำให้เข้มข้นขึ้น เช่น น้ำส้มคั้น และผลไม้อบแห้ง
เพราะฉะนั้น การบริโภคผลไม้สดจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีที่สุด

ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย (เทียบอัตราส่วนกับผลไม้สดปริมาณ 85 กรัม หรือประมาณ 3 ออนซ์)
- ? อะโวคาโด ให้น้ำตาล ?- 1 กรัม
- ? มะนาว ให้น้ำตาล 5 กรัม
- ? แครนเบอร์รี่ ให้น้ำตาล 4 กรัม
- ? สตรอวเบอร์รี่ ให้น้ำตาล 2 กรัม
- ? ราสป์เบอร์รี่ ให้น้ำตาล 5 กรัม

ผลไม้ที่มีน้ำตาลปานกลาง
- ? มะละกอ ให้น้ำตาล 5 กรัม
- ? แตงโม ให้น้ำตาล 3 กรัม
- ? แคนตาลูป ให้น้ำตาล 7 กรัม
- ? อัลเดอร์เบอร์รี่ ให้น้ำตาล 7 กรัม
- ? พีช ให้น้ำตาล 1 กรัม
- ? ขนุน ให้น้ำตาล 5 กรัม
- ? ฝรั่ง ให้น้ำตาล 6 กรัม
- ? แอพริคอท ให้น้ำตาล 9 กรัม

ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงระดับปานกลาง
- ? สับปะรด ให้น้ำตาล 4 กรัม
- ? พลัม ให้น้ำตาล 4 กรัม
- ? บลูเบอร์รี่ ให้น้ำตาล 5 กรัม
- ? แอ็บเปิ้ล ให้น้ำตาล 8 กรัม
- ? ส้ม ให้น้ำตาล 2 กรัม
- ? กีวี่ ให้น้ำตาล 5 กรัม

ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงมาก
- ? ทับทิม ให้น้ำตาล 10 กรัม
- ? ลูกแพร์ ให้น้ำตาล 3 กรัม
- ? กล้วย ให้น้ำตาล 4 กรัม
- ? เชอร์รี่ ให้น้ำตาล 9 กรัม
- ? มะม่วงสุก ให้น้ำตาล 6 กรัม
- ? องุ่น ให้น้ำตาล 2 กรัม
- ? มะเดื่อหวาน ให้น้ำหวาน 6 กรัม
*อ้างอิงข้อมูลจาก www.newhealthguide.org/Low-Sugar-Fruits.html











