LadyScoop
  • สกินแคร์
  • เครื่องสำอาง
  • คลินิก
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • ทรงผม
  • แฟชั่น
  • ความสวย
  • ดวง
  • ไลฟ์สไตล์
No Result
View All Result
  • สกินแคร์
  • เครื่องสำอาง
  • คลินิก
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • ทรงผม
  • แฟชั่น
  • ความสวย
  • ดวง
  • ไลฟ์สไตล์
No Result
View All Result
LadyScoop
No Result
View All Result

LadyScoop » ไลฟ์สไตล์ » วิธีทำเอแคลร์ ตำรับฝรั่งเศสแท้ ๆ 2 ไส้ 2 สไตล์ หวานละมุน

วิธีทำเอแคลร์ ตำรับฝรั่งเศสแท้ ๆ 2 ไส้ 2 สไตล์ หวานละมุน

LadyScoop by LadyScoop
in ไลฟ์สไตล์


 เอแคลร์ช็อกโกแลตชาไทย

 เอแคลร์คัสตาร์ดกล้วย
เอแคลร์ที่เราเคยเข้าใจผิดกันไปว่าเป็นขนมหวานลูกกลม ๆ จริง ๆ แล้วนั่นคือ ชูครีม ต่างหาก ลองมาทำความรู้จักเอแคลร์ตำรับฝรั่งเศสแท้ ๆ ดูว่าเป็นอย่างไร ส่วนใครจะลองทำตามก็ได้ไม่ว่ากัน 2 สูตร 2 ไส้ อร่อยล้ำน่าหม่ำสุด ๆ
หลายคนอาจไม่คุ้นหน้ากับเอแคลร์รูปทรงยาว ๆ แบบนี้สักเท่าไร แต่นี่แหละคือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า เอแคลร์ (Eclair) ขนมหวานต้นตำรับจากประเทศฝรั่งเศส [คลิกอ่าน ชูครีมกับเอแคลร์ต่างกันอย่างไร มาไขข้อข้องใจกันเถอะ] เพราะส่วนใหญ่บ้านเราจะเรียก ขนมลูกกลม ๆ มีไส้ครีมว่า เอแคลร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือ ชูครีม แต่ถึงจะเรียกว่าอย่างไรก็ใช้แป้งชนิดเดียวกันและมีไส้เหมือนกัน ต่างกันแค่รูปทรงเท่านั้น วันนี้เราขอนำเสนอวิธีทำเอแคลร์ตำรับฝรั่งเศสที่ว่านี้มาฝากถึง 2 ไส้ คือ ช็อกโกแลตชาไทยกับคัสตาร์ดกล้วย เป็นสูตรของ คุณ Rita_Bunny สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อนุ่ม ไส้หวานน้อย หน้าตาน่าหม่ำ ทำทานเองหรือทำเป็นของขวัญมอบให้คนพิเศษก็เหมาะมากเลยค่ะ
เอแคลร์ไส้ช็อกโกแลตชาไทยกับเอแคลร์ไส้คัสตาร์ดกล้วย โดย คุณ Rita_Bunny สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
สวัสดีค่า เพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่ไปเที่ยวสงกรานต์ มาทำเอแคลร์กันดีกว่า ดัดแปลงสูตรและใช้เทคนิกที่ไปเรียนมาจาก เลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu) เมื่อต้นเดือนล่ะ อนึ่งไส้เอแคลร์ทั้ง 2 สูตรนี้ เราเป็นผู้คิดขึ้นเองโดยมีพื้นฐานมาจากสูตรที่ไปเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ เริ่มจากไส้ครีมเลมอน (Lemon Cream Filling) เราดัดแปลงมาเป็นไส้คัสตาร์ดกล้วยหอมและไส้ครีมช็อกโกแลต (Creamy Chocolate) ส่วนผสมมีดาร์กช็อกโกแลต นมสด และน้ำตาลทราย เราดัดแปลงมาเป็นไส้ช็อกโกแลตชาไทย ส่วนผสมมีน้ำเปล่า นมผง ชาไทย และไวท์ช็อกโกแลตแทนค่ะ (ไม่ใส่น้ำตาลทรายเพราะว่าไวท์ช็อกโกแลตมีรสชาติที่หวานมากอยู่แล้ว) สามารถนำไปเผยแพร่ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ขอความกรุณาอย่าตัดเครดิตในรูปออกนะคะ ใครต้องการดูเทคนิคต่าง ๆ ตอนที่เราไปเรียนจากเลอ กอร์ดอง เบลอ แวะเข้าไปชมที่ แชร์เทคนิคทำเอแคลร์ที่ไปเรียนมาจากเลอ กอร์ดอง เบลอ
เอแคลร์ลูกกลม ๆ แบบที่คนไทยเรียกกัน ชาวต่างชาติจะเรียกว่า ชูครีม หรือครีมพัพฟ์ (เท่าที่ทราบ มีแต่คนไทยที่เรียกเอแคลร์ ดังนั้นถ้าใครไปเจอในโรงแรมหรือไปต่างประเทศจะได้ไม่งงว่าทำไมเรียกชูครีม)
เอแคลร์ตามแบบต้นฉบับจะมีลักษณะยาว ๆ แบบในภาพที่เชฟทำนะคะ ความยาวตามมาตรฐานคือ 13 เซนติเมตร หากสั้นลงมาจะเรียกว่า “คาโอลิน” (เชฟบอกว่าที่ต่างประเทศถ้าไม่ใช่คนในวงการทำขนมส่วนมากก็ไม่ทราบว่าเรียกว่า “คาโอลิน” จำง่าย ๆ คือ ถ้ารูปร่างเปลี่ยน ชื่อเรียกก็เปลี่ยนตาม)
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

ส่วนผสม แป้งชูส์
 เนยสด (ชนิดจืด) 90 กรัม            นมสด 100 กรัม            น้ำเปล่า 100 กรัม            น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1 1/2 ช้อนชา (ตราลิน)            แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/4 ถ้วย            ไข่ไก่ 3-4 ฟอง            เกลือป่น 1/4 ช้อนชา            น้ำตาลไอซิ่ง เล็กน้อย (ตราลิน)            หัวบีบขนาด 4B
หมายเหตุ : เชฟบอกว่า น้ำตาลไอซิ่งมี 2 แบบ ให้เลือกใช้แบบที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวโพด ซึ่งฝรั่งจะเรียกว่า สโนว์ไอซิ่ง

วิธีทำ แป้งชูส์
เชฟสอนให้ใช้พายยางเท่านั้นค่ะ ห้ามใช้ตะกร้อมือเด็ดขาด

ขั้นตอนที่ 1 ทำแป้งชูส์
 ใส่เนยสด นมสด น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเกลือลงไปในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางจนเนยละลายและส่วนผสมเริ่มเดือดเล็กน้อย
 ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไปคนให้เข้ากันโดยที่ไม่ปิดไฟ วิธีดูว่าแป้งใช้ได้หรือยังให้ดูว่าแป้งล่อนไม่ติดหม้อเป็นอันใช้ได้ (ถ้าใช้หม้อเคลือบเทฟลอนจะกะลำบากมาก)
 จากนั้นเทส่วนผสมแป้งลงในชาม ค่อย ๆ เติมไข่ไก่ที่ตีให้เข้ากันแล้วลงไป (อย่าใส่ทีเดียวนะคะ บางทียังเทไข่ยังไม่หมด แต่ส่วนผสมแป้งก็ได้ที่แล้ว) คนจนส่วนผสมแป้งได้ที่
 วิธีดูว่าส่วนผสมแป้งได้ที่หรือยังให้คอยสังเกตว่าส่วนผสมแป้งจะขึ้นเงา โดยทดลองตักส่วนผสมแป้งขึ้นมาปริมาณเยอะ ๆ แล้วปล่อยให้ไหลลงมาจะปรากฏเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวคว่ำ ตามรูปด้านล่างตรงกลาง
 ค่อย ๆ บีบส่วนผสมแป้งลงไปในถาดเรียงให้สวยงาม  โรยน้ำตาลไอซิ่งลงไป เพื่อให้อบออกมาแล้วมีสีสวย (หรือใช้ไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าตีพอแตกทาก็ได้ค่ะ)
หมายเหตุ : ตอนทำเอแคลร์ที่เลอ กอร์ดอง เบลอ เรียนอยู่ในห้องแอร์ ดังนั้นพอยกส่วนผสมแป้งลงจากเตาสักครู่ก็เย็นลงแล้ว แต่คราวนี้ทำในห้องครัวที่ไม่ได้เปิดแอร์ ดังนั้นอากาศจึงร้อนควรรอให้ส่วนผสมแป้งคลายความร้อนเหลือแค่อุ่น ๆ จึงค่อยใส่ไข่ไก่ (ถ้าใส่ไข่ไก่ตอนส่วนผสมแป้งยังร้อนอยู่จะทำให้ไข่ไก่สุกและส่วนผสมแป้งจะดูดไข่มากเกินไป ทำให้แป้งชูส์ที่อบออกมาเนื้อหยาบและไม่พอง มีลักษณะฟีบมาก ๆ)

 ขั้นตอนที 2 อบแป้งชูส์
 นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (เชฟสอนมาแบบนั้น แต่ทว่าเตาเราเล็กกว่าเลยปรับไฟแรงแค่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส และลดเวลาลงเป็น 30 นาที)
หมายเหตุ : เชฟบอกว่าเวลาอบ เราควรเปิดฝาเตาอบแง้มนิด ๆ เพื่อระบายความชื้นออกมา ถ้าความชื้นสูงจะทำให้เอแคลร์ไม่สวย (เราลองไม่แง้มไว้ปรากฏว่าเอแคลร์ไม่พอง ฟีบหมดเลย จึงทดลองแง้มเตา 2 รอบ ออกมางาม 2 รอบ และทดลองไม่แง้มเตาอีก 2 รอบ ก็ฟีบทั้ง 2 รอบ)
 พอเสร็จแล้วก็นำเอแคลร์มาวางบนตะแกรงพักไว้ให้เย็น (เชฟบอกว่าควรวางไว้ในอุณหภูมิห้อง แต่เป็นอุณหภูมิห้องของฝรั่ง หรือก็คือห้องแอร์ในไทย แต่เราวางไว้ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์)
หมายเหตุ : ไม่ควรใส่ส่วนผสมไส้ตอนเอแคลร์ยังมีอุณหภูมิร้อน เพราะจะทำให้เสียง่าย พอเอแคลร์เย็นแล้วควรรีบใส่ไส้ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะจะทำให้แป้งชูส์ฟีบ โพรงข้างในเอแคลร์หาย บีบไส้ไม่ได้

 ไส้คัสตาร์ดกล้วย

ส่วนผสม ไส้คัสตาร์ดกล้วย (ใช้ตะกร้อมือ)
 ผงเจลาติน 1 ช้อนชา            น้ำเปล่า (สำหรับละลายเจลาติน) 1 ช้อนโต๊ะ            น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1/3 ถ้วยตวง (ตราลิน)            กล้วยหอม 1 ลูก             น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา (ใส่เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี)            น้ำเปล่า (ใส่พร้อมกล้วย) 1/4 ถ้วยตวง            เนยสด (ชนิดจืด) 1/4 ถ้วยตวง            ผงชาไทย 1 ช้อนโต๊ะ            ไข่ไก่ 2 ฟอง            ผงคัสตาร์ด 1 ช้อนชา

ขั้นตอนที่ 3 ทำไส้คัสตาร์ดกล้วย
 นำผงเจลาตินผสมน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน แล้วนำเข้าไมโครเวฟที่อุณหภูมิ 800 วัตต์ ใช้เวลาประมาณ 15 วินาที เสร็จแล้วพักไว้
 บดกล้วยหอมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
 ใส่กล้วยบด เนยสด น้ำเปล่า น้ำตาลทราย 1/2 ของปริมาณที่เตรียมไว้ และผงชาไทย ลงในหม้อ เปิดไฟปานกลางรอจนเนยละลาย
 ระหว่างรอเนยละลาย ให้หันมาตอกไข่ใส่ชาม ใส่น้ำตาลทรายส่วนที่เหลือลงไปคนให้เข้ากัน ใส่ผงคัสตาร์ดลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้

ขั้นตอนที่ 4
 พอส่วนผสมเนยเดือดก็ยกมาเทลงในส่วนผสมไข่ (คนพร้อม ๆ กับเทส่วนผสมเนยลงไป)
 เทลงหม้ออีกครั้งใช้ไฟปานกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนเริ่มข้น แล้วจึงใส่น้ำเจลาตินลงไป
 กรองด้วยตะแกรง ใช้พายยางบดให้ส่วนผสมไหลลงมา
 เทใส่พลาสติกถนอมอาหาร นำไปแช่ในตู้เย็น (เป็นวิธีการทำให้ส่วนผสมเย็นลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เชื้อโรคไม่เติบโตมาก)
หมายเหตุ : คนพอส่วนผสมไส้ข้นขึ้นเท่านั้น อย่าคนนานเกินไป เพราะว่าส่วนผสมจะจับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้เนื้อเอแคลร์ไม่เนียนค่ะ

 ไส้ช็อกโกแลตชาไทย

ส่วนผสม ไส้ช็อกโกแลตชาไทย
 ผงชาไทย 1 ช้อนโต๊ะ            นมผง 3 ช้อนโต๊ะ            ครีมสด 60 มิลลิกรัม            ไวท์ช็อกโกแลต 80 กรัม            น้ำเปล่า 70 มิลลิกรัม            ไข่ไก่ 2 ฟอง (เอาเฉพาะไข่แดง)
หมายเหตุ : ไม่แนะนำให้ใช้ช็อกโกแลตคอมพาวด์ (Chocolate Compound) เพราะมันจะไม่กลับมาเซตตัวเหมือนช็อกโกแลตแท้

ขั้นตอนที่ 5 ทำไส้ช็อกโกแลตชาไทย
 นำผงชาไทยไปต้มกับน้ำเปล่า กรองเอาแต่น้ำ
 ใส่นมผงกับครีมสดลงไปในหม้อใช้ไฟปานกลางต้มพอเดือด
 เทส่วนผสมชาไทยใส่ลงไปในไข่แดงที่ตีแตกไว้แล้ว (คนระหว่างเทด้วยนะคะ)
 เทส่วนผสมกลับลงไปในหม้อ ใช้ไฟปานกลาง ต้มจนอุณหภูมิถึง 82 องศาเซลเซียส แล้วนำลงจากเตาทันที (เชฟบอกว่า ถ้าอุณหภูมิสูงเกิน 82 องศาเซลเซียส จะกลายเป็นไข่คน ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 82 องศาเซลเซียส ส่วนผสมจะไม่แข็งตัวค่ะ)
 นำส่วนผสมมาเทผ่านตะแกรงใส่ชามที่ใส่ไวท์ช็อกโกแลตไว้แล้ว รอสักครู่ให้ช็อกโกแลตละลาย แล้วค่อย ๆ คนจะได้คนง่ายๆ
 เทส่วนผสมไส้ใส่พลาสติกถนอมอาหารนำเข้าตู้เย็น (เป็นวิธีการทำให้ส่วนผสมไส้เย็นลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เชื้อโรคไม่เติบโตมาก) พอส่วนผสมไส้เย็นแล้วก็จะแข็งตัวขึ้นค่ะ

ส่วนผสม เค้กชาเขียวไมโครเวฟ (ไม่ถ่ายรูปลงนะ รูปเยอะแล้ว)
 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ            น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ            น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ            ไข่ไก่ 1 ฟอง            เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา            ผงฟู 1/4 ช้อนชา            น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา            ผงชาเขียว 1 ช้อนชา            สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (ใส่พอออกสี)
วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 6 ทำเค้กชาเขียวไมโครเวฟ
 ผสมส่วนผสมทุกอย่างลงในชามคนให้เข้ากัน ใส่ถ้วยกระดาษ นำเข้าไมโครเวฟไฟแรง 800 วัตต์ ใช้เวลาประมาณ 1 นาที เป็นอันเสร็จ (ไม่ควรอบในถ้วย เพราะไอน้ำจะทำให้เนื้อเค้กจับกันเป็นก้อน)
 พอนำเข้าไมโครเวฟเสร็จแล้วให้นำออกมาคว่ำไว้ เนื้อเค้กจะได้ไม่ยุบตัว และเป็นการระบายความร้อนไปในตัวค่ะ (รสชาติจะออกจืด ๆ นะคะ เพราะเราจะเอาไว้ประดับ รสจะได้ไม่ไปข่มรสชาติหลักค่ะ)

วิธีบีบไส้และตกแต่ง

สิ่งที่ต้องเตรียม
 ฟองดองท์ไอซิ่งสีขาว (ตราลิน)             แป้งชูส์            เค้กชาเขียวไมโครเวฟ            ไส้ช็อกโกแลตชาไทยและไส้คัสตาร์ดกล้วย            แครกเกอร์ (ตามชอบ)             โอรีโอ สำหรับตกแต่ง            สีผสมอาหารสีเหลือง            ผงทอง สำหรับตกแต่งอาหาร (ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร)            น้ำเปล่า เล็กน้อย            หัวบีบ

 เราใช้หัวบีบอันเล็กสำหรับเจาะรู ส่วนอันใหญ่ไว้สำหรับบีบไส้ค่า

ขั้นตอนที่ 7 เตรียมส่วนผสมสำหรับแต่ง
 ทุบโอรีโอพอแตก (ประมาณในรูป) ปัดผงทองลงไป เตรียมไว้
 นำฟองดองผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย นำเข้าไมโครเวฟไฟแรง 800 วัตต์ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองลงไป

ขั้นตอนที่ 8 บีบไส้คัสตาร์ดกล้วย
 เจาะรูแป้งชูส์ เป็น 3 รู
 บีบไส้ลงไป แล้วปาดไส้ส่วนเกินออกให้เรียบร้อย
 จุ่มหน้าเอแคลร์ลงฟองดองที่เตรียมไว้ แล้วตกแต่งด้วยโอรีโอทุบหยาบและแครกเกอร์หักชิ้นเล็ก

ขั้นตอนที่ 9 บีบไส้ช็อกโกแลตชาไทย
 เฉือนหน้าของแป้งชูส์ออก 1 ใน 4 ส่วนของแป้ง ด้วยมีดฟันเลื่อย แล้วควักเนื้อด้านในออก
 บีบครีมช็อกโกแลตชาไทยลงไป ตกแต่งด้วยโอรีโอทุบหยาบและเค้กชาเขียวบิชิ้นเล็ก (เราเป็นคนกินรสไม่หวานจัด ดังนั้นถ้าใครลองชิมไส้แล้วรู้สึกว่าหวานน้อยไป เพิ่มน้ำตาลได้ตามใจชอบเลยนะคะ)
 เสร็จแล้วค่ะ ใช้เวลายาวนานมาก ๆ เลย ทั้งขั้นตอนทำเอแคลร์ ทั้งตอนถ่ายภาพ และตอนเขียน ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะมาชมค่า แวะไปชมสูตรอาหารอย่างอื่นได้ที่ เฟซบุ๊ก ทำอาหารในแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ Rita
แม้ว่าการทำเอแคลร์ตามสไตล์ฝรั่งเศสจะมีหลายขั้นตอน แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบเอแคลร์และชอบทานไส้ไม่หวานจัดอยากให้ลองทำดูค่ะ มีไส้ให้เลือก 2 แบบ ทั้งไส้ช็อกโกแลตชาไทยกับไส้คัสตาร์ดกล้วย ถ้ารักพี่เสียดายน้องก็ทำไปทุกไส้เลยค่ะ ขอให้สนุกกับการทำเอแคลร์ทรงยาวนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Rita_Bunny สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก ทำอาหารในแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ Rita

แนะนำ

ไลฟ์สไตล์

How to คำนวณราคาคอนกรีตผสมเสร็จให้เป๊ะ งบไม่บานปลาย

ไลฟ์สไตล์

เงินหลักสิบก็เป็นเจ้าของทองได้ ! วิธีสมัครออมทองฉบับมือใหม่

ไลฟ์สไตล์

อยากได้หูฟังบลูทูธที่คุยโทรศัพท์คมชัด ต้องดูสเปกอย่างไร ?

ไลฟ์สไตล์

5 ข้อดี ยุคนี้ต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล

ไลฟ์สไตล์

เทคนิคสร้าง Sense of Arrival ให้บ้าน 2 ชั้นสวย ๆ

ไลฟ์สไตล์

ไอเดียแต่งบ้านธีมคริสต์มาส ปีใหม่ด้วยดอกไม้ ไวบ์อบอุ่น ฟิลกู๊ด

ดวง

ทำไม? ต้องใช้ “ยาเสน่ห์”

วาไรตี้

ถ้าแฟนคุณกลับไปนอนกับลูก แล้วมีภรรยาเก่านอนอยู่ด้วย จะทำยังไงคะ

วาไรตี้

เหตุผลที่แสดงได้ว่าเค้าไม่ได้ชอบคุณ

วาไรตี้

หมอช้างแนะการเลี้ยงดูกุมารทอง

ไลฟ์สไตล์

ออกห่างกันไปเพื่ออะไรคะ

ไลฟ์สไตล์

ใครเคยมีความรักที่จบไปแล้ว แต่พอนึกถึงก็ยังยิ้มได้อย่างมีความสุขไหมครับ :D

  • สกินแคร์
  • เครื่องสำอาง
  • คลินิก
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • ทรงผม
  • แฟชั่น
  • ความสวย
  • ดวง
  • ไลฟ์สไตล์
Contact Us : [email protected]

© 2026 All Rights Reserved. LadyScoop.com

No Result
View All Result
  • สกินแคร์
  • เครื่องสำอาง
  • คลินิก
  • สุขภาพ
  • แม่และเด็ก
  • ทรงผม
  • แฟชั่น
  • ความสวย
  • ดวง
  • ไลฟ์สไตล์

© 2026 All Rights Reserved. LadyScoop.com

เว็บไซต์ LadyScoop.com ใช้คุ้กกี้บนเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ให้คุณ ท่านยอมรับใช้งานคุ้กกี้เพื่อใช้งานเว็บไซต์