
การอยู่เป็นโสดดีอย่างไร? คุณไม่จำเป็นต้องแบ่งอาหารจานโปรดกับใคร
ไม่จำเป็นต้องออกเดทจนถังแตก แถมยังมีต้นแบบที่เป็นโสดอีกมากมายนับไม่ถ้วน
ที่สำคัญตอนนี้มีการศึกษาใหม่อธิบายว่าการอยู่เป็นโสดนั้นถือเป็นข้อดีสุดๆ
จากการวิจัยล่าสุดพบว่าผู้คนที่หวงความโสดมีแนวโน้มที่จะมีพัฒนาการและการ
เจริญเติบโตทางจิตวิทยามากกว่าผู้ที่แต่งงานแล้ว
ความรู้สึกกังวลเมื่อต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจะบดบังข้อดีของการอยู่เป็นโสด
ดังนั้นได้เวลาแล้วที่เราควรทำความเข้าใจชีวิตโสดและผู้ที่อยู่เป็นโสดอย่าง
ถูกต้อง
พวกเขาจะมีความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นบวกกับคุณสมบัติอื่นๆที่ทำให้ชีวิต
ของพวกเขามีความหมาย
การศึกษาส่วนหนึ่งชี้ว่าผู้ที่อยู่เป็นโสดจะสร้างสรรค์ผลงานได้ดีกว่าผู้
ที่แต่งงานแล้ว
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกล่าวว่าผู้ที่อยู่เป็นโสดจะมีการติดต่อเพื่อนฝูงและครอบ
ครัวมากกว่า ดังนั้นครั้งต่อไปหากแม่ของคุณถามว่าทำไมคุณถึงไม่แต่งงาน
คุณรีบตอบแม่ไปเลยนะว่า ?ไม่งั้นเราก็ไม่ได้คุยกันบ่อยๆน่ะสิ?
(เห็นไหมเรื่องนี้คนโสดถนัดจะตาย..เป็นการประชดแบบเจ็บๆยังไงก็ไม่รู้)

การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบระหว่างชีวิตโสด
กับชีวิตคู่เท่านั้นโดยไม่ได้เรียนรู้ว่าชีวิตอิสระของพวกเขาเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นโสดมี ?การกำหนดใจตัวเอง?
สูงกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่แต่งงานแล้ว
และยิ่งคุณพึ่งพาตัวเองได้มากเท่าไหร่
อารมณ์ในแง่ลบต่างๆก็ยิ่งทำอะไรคุณไม่ได้มากเท่านั้น
เราควรใส่ใจเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาของ
การอยู่เป็นโสดอย่างจริงจังเนื่องจากทุกวันนี้มีประชากรคนโสดในอเมริกามาก
ขึ้นกว่าแต่ก่อน จากข้อมูลสถิติโดย Bureau of Labor Statistics ในปี 2014
พบว่ามีประชากรผู้ใหญ่ในประเทศที่ครองตัวเป็นโสดมากถึงร้อยละ 50.2
เมื่อเทียบกับปี 1976 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 37.4 เท่านั้น
แต่กฏหมายก็ยังเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ที่แต่งงานแล้ว เช่น
สวัสดิการและการคุ้มครองต่างๆกว่า 1,000
รายการซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเงิน
อย่างไรก็ตามเราสงสัยว่ารัฐบาลไม่เคยดูซีรีส์เรื่อง Sex and the City
หรือไง?
เห็นได้ชัดว่าคงอีกนานกว่าที่กฎหมายและวัฒนธรรมจะมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆให้
แก่ผู้ที่เป็นโสด
แต่หวังว่าการศึกษาในครั้งนี้จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อคู่รักที่
คุณรู้จักปฏิบัติราวกับคุณคือตัวการ์ตูน Cathy
Blogger : Alison Zeidman
Source : brit.co










